| 5 มิถุนายน 2554 | |
บิ๊กแมตช์! ฉลามชลเจ๊ากิเลนสุดมันส์ 1-1 |
|
|
|
|
|
ศึกซูเปอร์บิ๊กแมตช์! รองจ่าฝูง "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี เปิดสนามชลบุรี สเตเดี้ยม เสมอกับ แชมป์เก่า 2 สมัยซ้อน "กิเลนผยอง" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ไปอย่างสุดมันส์ 1-1 เจ้าบ้านนำก่อนจาก เทิดศักดิ์ ใจมั่น ในนาทีที่ 16 ก่อนดัสกร ทองเหลา มาตีเสมอให้ทีมเยือน ในนาทีที่ 64 ในศึกฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก 2011 เลกแรก
ที่สนามชลบุรี สเตเดี้ยม เป็นศึกซูเปอร์บิ๊กแมตช์ "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี รองจ่าฝูงของตาราง ที่ลงแข่ง 14 นัด มี 39 แต้ม เปิดบ้านรับมือแชมป์เก่า "กิเลนผยอง" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 5 ที่ลงสนามมา 13 นัด มี 24 แต้ม เกมนี้ "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี จัดทัพใหญ่ มี สินทวีชัย หทัยรัตนกุล เฝ้าเสา แบ็กซ้าย อนุชา กิจพงษ์ศรี ส่วนแบ็กขวา สุรีย์ สุขะ ลงเป็นตัวจริง เซนเตอร์ฮาล์ฟได้ ชลทิตย์ จันทคาม กับ สุทธินันท์ พุกหอม ฟิตกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง มี คาซูโตะ คูชิดะ กับ อดุลย์ หละโสะ ทำเกมแดนกลาง ด้านเกมริมเส้นซ้ายเป็นหน้าที่ของ ณัฐพงษ์ สมณะ ส่วนกราบขวา เอกพันธ์ อินทะเสน ขณะที่คู่หน้า พิภพ อ่อนโม้ กับ "น้าเทิด" เทิดศักดิ์ ใจมั่น ล่าสกอร์ ด้านขุนพล "กิเลนผยอง" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด เอ็นริเก้ คาลิสโต้ จัดทัพแบบฟูลทีม มี กวิน ธรรมสัจจานันท์ เฝ้าประตู แนวรับ เชซ เรย์มาน ยืนคู่กับ ภานุพงศ์ วงศ์ษา แบ็กซ้ายให้เป็นหน้าที่ของ วีระวุฒิ กาเหย็ม แบ็กขวา ไพฑูรย์ เทียบมา แดนกลาง ดัสกร ทองเหลา กับ ดักโน่ เซียก้า ขับเคลื่อนเกมรุก ทาง ริมเส้นด้านซ้าย พิชิตพงษ์ เฉยฉิว ส่วนกราบขวา นฤพล อารมณ์สวะ ทำเกม ขณะที่คู่กองหน้า คริสเตียน เคาคู กับ ธีรศิลป์ แดงดา ได้ลงตัวจริงอีกครั้ง เริ่มเกมครึ่งแรก แม้ว่าขุพล "ฉลามชล" จะพยายามโจมตีทางกราบขวา แต่ไม่ผ่านแนวรับเมืองทองฯ ที่ยังนิ่ง ดักสาดพ้นโซนสังหาร ถัดมานาทีเดียวกัน ทีมเยือนเกือบส่องประตูแรก จากการประสานงานกันระหว่าง ธีรศิลป์ แดงดา กับ คริสเตียน เคาคู ก่อนที่หอกดาวรุ่งจากไอวอรี่โคสต์ จะอาศัยความแข็งแกร่งลากบอลลุยเข้าไปยิง ทว่า สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ยังนิ่ง กระโดดปัดออกไปหวุดหวิด นาทีที่ 7 คริสเตียน เคาคู ดับเครื่องชน เอกพันธ์ อินทเสน ผู้ตัดสินให้ฟรีคิกแก่ เจ้าบ้านก่อนที่ เทิดศักดิ์ ใจมั่นจะปั่นเข้าไปในกรอบเขตโทษยังดีที่ เรย์มาน เซช โหม่งทิ้ง เจ้าถิ่นได้เตะมุม ทว่า กวิน ธรรมสัจจานันท์ ยังไม่พลาดกระโดดชกทิ้งหลังคาน นาทีที่ 13 ทัพ "ฉลามชล" ได้ลุ้นประตูอีกคำรบจากจังหวะที่ ไพฑูรย์ เทียบมา ไปสกัด ณัฐพงษ์ สมณะ ล้มกลิ้งผู้ตัดสินให้เป็นฟรีคิกแก่ เจ้าบ้านในระยะ 25 หลา เยื้องไปทางริมเส้นด้านซ้าย เทิดศักดิ์ ใจมั่น ไหลเข้ากลางให้ อดุลย์ หละโสะ เหนี่ยวไกยิงบอลเหินข้ามคาน อีก 2 นาทีต่อมา อนุชา กิจพงษ์ศรี ใช้ความคล่องตัวพาบอลลุยเข้าไปยิง ยังดีที่กวินยิงนิ่งดักชกทิ้งพ้นโซนอันตราย กระทั้งถึง นาทีที่ 16 ชลบุรี เอฟซี ขึ้นนำจนได้ จากการอาศัยทีมเวิร์ก และการโจมตีทางริมเส้นกราบซ้าย เป็นทางด้าน ณัฐพงษ์ สมณะ ที่ครอสบอลมาให้ พิภพ อ่อนโม้ หวดวืดบอลเลยมาเข้าทางปืนของ เทิดศักดิ์ ใจมั่น ตวัดยิงด้วยเท้าขวาบอลเสียบเสาแรกให้ เจ้าถิ่นนำสำเร็จ 1-0 ถัดมานาทีเดียว ชลบุรี เกือบทิ้งห่าง เมื่อ ณัฐพงษ์ สมณะ ลากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่จังหวะที่เปิดโดนเท้า เรย์มาน เซช ออกหลังไป เกมรุกของเจ้าบ้านยังเหนือชั้นกว่า โดยเฉพาะการเจาะทางแบ็กขวา ที่หลุดต่อเนื่อง นาทีที่ 25 ณัฐพงษ์ สมณะ ลากบอลหลุดเข้าไปส่องในกรอบเขตโทษ ทำเอาแนวรับ กิเลนต้องหวดบอลทิ้งอุตลุต อีก 3 นาทีต่อมา แชมป์สองสมัยเกือบสังเวยเม็ดสอง เมื่อ ณัฐพร จ่ายบอลสั้นๆ จากปีกซ้ายมาให้ เทิดศักดิ์ ป้ายต่อให้ เอกพันธ์ อินทเสน เติมขึ้นมากดเต็มข้อ บอลถากเสาสองหวุดหวิด นาทีที่ 29 เอ็นริเก้ คาร์ลิสโต้ จัดการปรับทัพทางฝั่งขวา ด้วยการถอดเอา นฤพล อารมณ์สวะ ออกแล้วส่ง ปิยะพล บรรเทา เข้าไปเล่นแทน นาทีที่ 34 หวิดได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ คริสเตียน เคาคู ลากบอลลุยเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะตักต่อให้ ธีรศิลป์ แดงดา ใช้อกพักบอล แต่จังหวะที่จะยิงมีแนวรับ ชลบุรี เข้ามาพัวพัน เลยไม่มีเหลี่ยมยิง ถัดมา 2 นาที วีระวุฒิ กาเหย็ม ทุ่มให้ คริสเตียน เคาคู พลิกตัวยิงจังหวะเดียว สินทวีชัย หทัยรัตนกุล รับเข้าซองสบายแฮ นาทีที่ 41 แนวรับเมืองทองฯ ดักล้ำหน้าพลาด ปล่อยให้ พิภพ อ่อนโม้ กระชากบอลเข้าไปยิง กวิน ธรรมสัจจานันท์ นายทวาร "กิเลน" พุ่งเซฟสุดเหยียด เจ้าบ้านได้ลุ้นเตะมุม ก่อนที่ เทิดศักดิ์ ใจมั่น จะวางเข้ามาในกรอบเขตโทษ แนวรับของทีมเยือนเคลียร์ไม่ขาด จังหวะสุดท้าย สุทธินันท์ พุกหอม ฮาล์ฟวอลเลย์เต็มข้อ บอลเหินข้ามคาน เกมหลังจากนั้น เมืองทองฯ ได้บุกกดันหนัก ทว่าจังหวะสุดท้ายไม่คมพอ จบครึ่งแรก ชลบุรี เอฟซี ยังนำอยู่ 1-0 ครึ่งหลังผ่านไป 5 นาที ชลบุรี ได้ลุ้นเสียวก่อน จากจังหวะที่ ณัฐพงษ์ สมณะ ลากบอลตัดแนวรับของ เมืองทองฯ เปิดยัดเข้าเสาสอง ทว่า เอกพันธ์ อินทเสน เติมขึ้นมาไม่ทัน นาทีต่อมา ไพฑูรย์ เทียบมา ลากขึ้นริมเส้นครอสเข้าไปในกรอบเขตโทษ สินทวีชัย ไม่พลาดรับเข้าซองหนึบ ที่ 54 เมืองทองฯ ได้ฟรีคิกจากระยะ 30 หลา ภานุพงษ์ วงษ์ษา ยิงแหวกกำแพงหลุดเสาสองไม่มีลุ้น ที่ 61 สุทธินันท์ พุกหอม ตัดบอลจากเท้าของ ดั๊กโน่ เซียก้า ก่อนจ่ายขนานเส้นให้ ณัฐพงษ์ สมณะ กระชากบอลหายเข้าไปในกรอบเขตโทษ แล้วกดเต็มข้อบอลเข้าหน้าต่าง ทำเอาแฟนบอลเมืองทองฯ ครางฮือ ขณะเดียวกันจังหวะนั้น ยังทำให้ ภานุพงษ์ วงษ์ษา เข่าบิดจนต้องเปลี่ยนเอา ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ ลงไปเล่นแทน นาทีที่ 65 เมืองทองฯ ได้ประตูขึ้นนำ เป็นจังหวะที่ ชลทิตย์ จันทคราม เบกเกมรุกของ ธีระศิลป์ แดงดา เป็นที่มาของลูกฟรีคิก ในระยะนอกกรอบเขตโทษ ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่ปั่นบอลม้วนตุงตาข่ายให้ เมืองทองฯ ไล่ตีเสมอ 1-1 ที่ 69 คริสเตียน ควาคู วิ่งอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าอยู่แล้ว ก่อนที่จังหวะต่อมา จะเข้าไปบวกกับ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ล้มกลิ้มในกรอบเขตโทษ ทำเอาบรรดาสต๊าฟฟ์โค้ชของเมืองทองฯ กรูกันเข้าไปประท้วงว่าควรได้จุดโทษ แต่ไม่เป็นผล เพราะไลน์แมนยืนยันว่าล้ำหน้า ก่อนจะหามหัวหอกผิวสี ออกมาปฐมพยาบาลข้างนอกสนาม< นาทีที่ 72 โอกาสของ "ฉลามชล" เกิดขึ้นอีกครั้ง จากการเปิดของ ณัฐพงษ์ สมณะ เข้าเสาสองให้ วลาดิเมียร์ ริบิซ เติมขึ้นไปโหม่งบริเวณเสาสอง แต่ไปชนกับ กวิน ธรรมสัจจานันท์ ผู้ตัดสินเป่าฟาว์ลไปก่อนหน้านี้แล้ว ถัดมานาทีเดียวกันทัพ "กิเลนผยอง" ทำเกมโต้กลับเร็ว มาได้ฟรีคิกในระยะ 20 หลา ดัสกร ทองเหลา เล่นซิ่งลูกสูตร สั้นๆ ให้ ธีรศิลป์ แดงดา ตวัดยิงบอลหลุดกรอบไม่ได้ลุ้น นาทีที่ 77 ณัฐพงษ์ สมณะ ปีก "ฉลามชล" ไปชนกับ กวิน ธรรมสัจจานันท์ นายทวารเมืองทองฯ จนบริเวณดั้งจมูกแตก ต้องหามส่งโรงพยายาบาลสมิติเวช ศรีราชา คาดว่าน่าจะพักอย่างน้อย 3 สัปดาห์ ก่อนที่จะเปลี่ยนเอา เจษฎากร เหมแดง ลงไปเล่นแทน นาทีที่ 83 เมืองทองฯ พลาดโอกาสได้ประตูขึ้นนำ เมื่อ ธีระศิลป์ แดงดา ได้หลุดเดี่ยวเข้าส่องในกรอบเขตโทษ ซึ่ง สินทวีชัย หทัยรัตนกุล นายทวารเจ้าถิ่น หมดสิทธิ์เซฟไปแล้ว แต่ยิงบอลหลุดกรอบเหลื่อเชื่อ อีก 5 นาทีต่อมา ดัสกร ทองเหลา ได้หลุดเข้าไปกระหน่ำในกรอบเขตโทษ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ยังไวทายาด ออกมาเซฟเอาไว้ได้ เกมจากนั้น ไม่มีทีมไหน ทำอะไรกันได้ ก่อนจะเสมอกันไปอย่างสุดมันส์ 1-1 แบ่งกันทีมละแต้ม หลังจบเกม โฆษกสนามชลบุรีสเตเดี้ยมประกาศ ผลการแข่งขันของแต่ละสนาม ก่อนจะถึงคู่ของ ศรีสะเกษ เมืองไทย เอฟซี ที่หยุดสถิติเอาชนะ บุรีรัมย์ พีอีเอ ได้ 1-0 แฟนบอลทั้งสองทีมต่างพร้อมใจกันเฮทั้งสนาม เป็นเวลาหลายนาทีโดยไม่ได้นัดหมาย วาทะโค้ช วิทยา เลาหะกุล ผจก.ทีม ชลบุรี เอฟซี "ผิดหวังกับฟอร์มของลูกทีม ที่ตอนแรกเราหวังมากที่จะชนะด้วยสกอร์ 3-1 แต่ก็ไม่สามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม เกมนี้ต้องขอบอกว่า เราเล่นกันไม่ดีกันเลย ในครึ่งหลังคือต้องใส่ดี เข้าไปถึงจะเล่นกันดี ส่วนเป้าหมาย ในเลกแรก ก็คงจะเข้าวินด้วยการคว้ารองแชมป์ให้ได้" เอ็นริเก้ คาร์ริสโต้ กุนซือ เมืองทองฯ ยูไนเต็ด "หากจะบอกว่าเกมนี้แบ่งออกเป็นสองเรื่องราว ก็คงจะไม่ผิดหนัก ต้นครึ่งแรกต้องยอมรับว่า ชลบุรี เขาทำเกมมาดี โดยเฉพาะทีมเวิร์กและจังหวะเข้าทำ แต่เมื่อเราปรับทัพด้วยการถอดเอา นฤพล อารมณ์สวะ ออกแล้วส่ง ปิยะพล บรรเทา เข้าไปเล่นแทน เกมเราเริ่มที่จะดีขึ้นเรื่อยๆ กระทั้งมีโอกาสเป็นผู้ชนะ แต่ก็ต้องยอมรับว่าผิดหวัง ที่เราไม่ได้ 3 แต้ม"
|
|
| ดูทั้งหมด.. | |